คู่มือครบจบในที่เดียว เรียนต่ออังกฤษ 2026: จากการสมัครเรียนสู่การทำวีซ่า T4

สำหรับนักเรียนไทยและนักเรียนจากทั่วโลกที่ต้องการเปิดโลกทัศน์และยกระดับวุฒิการศึกษา “การเรียนต่ออังกฤษ” ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของชีวิต ตั้งแต่สถาบันเก่าแก่อย่าง Oxford และ Cambridge ไปจนถึงศูนย์กลางธุรกิจในลอนดอน สหราชอาณาจักรยังคงดึงดูดผู้มีความสามารถด้วยคุณภาพการศึกษาชั้นนำระดับโลก (มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ Top 100 QS World Ranking มากมาย) และระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ (ปริญญาตรี 3 ปี, ปริญญาโท 1 ปี)

อย่างไรก็ตาม การเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้จบแค่การได้รับ Offer หรือจดหมายตอบรับเข้าเรียนเท่านั้น แต่มันคือการเดินทางระยะยาวที่เริ่มตั้งแต่ การสมัครเรียน, การเตรียมเงินทุน, การยื่นขอวีซ่านักเรียน T4, ไปจนถึงการวางแผนขอ วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (PSW) และ การวางแผนย้ายถิ่นฐาน ในอนาคต

ที่ Corpvisa.com เราไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ว่าคุณจะสอบติดมหาวิทยาลัยดังหรือไม่ แต่เรามองไกลไปถึงมุมมองด้าน “วีซ่าและการย้ายถิ่นฐาน” เพื่อสร้างเส้นทางที่สมบูรณ์แบบให้กับคุณ บทความนี้จะเจาะลึกกระบวนการทั้งหมดสำหรับการ เรียนต่ออังกฤษปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการสมัคร คว้าวีซ่าได้สำเร็จ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอังกฤษได้อย่างมั่นใจ

ภาพบรรยากาศการศึกษาและอนาคตที่สดใส โดยมีฉากหลังเป็นอาคารสถาปัตยกรรมอังกฤษ เช่น หอนาฬิกาบิ๊กเบนหรืออาคารวิทยาลัยเก่าแก่ของเคมบริดจ์ แสงแดดสีทองอบอุ่นส่องกระทบ สื่อถึงความหวัง ด้านหน้าเป็นภาพเงาหรือด้านหลังของนักเรียนที่สะพายกระเป๋าหนังสือ มองไปยังอนาคตที่รออยู่ สื่อถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของการเรียนต่ออังกฤษ


1. ทำไมต้องเลือกเรียนต่ออังกฤษ? มากกว่าแค่วุฒิการศึกษา คือใบเบิกทางสู่ระดับโลก

ก่อนตัดสินใจ “เรียนต่ออังกฤษ” เราต้องเข้าใจถึงความคุ้มค่าของการลงทุนนี้

  1. ประหยัดเวลาและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ: เมื่อเทียบกับอเมริกาเหนือ ปริญญาโทในอังกฤษส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี ซึ่งหมายความว่าคุณจะเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 1 ปี และประหยัดค่าใช้จ่ายในการครองชีพไปได้อีก 1 ปี
  2. ชื่อเสียงทางการศึกษาที่ทั่วโลกยอมรับ: อังกฤษมีกลุ่มมหาวิทยาลัย G5 (Cambridge, Oxford, Imperial, UCL, LSE) และมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ ที่วุฒิการศึกษามีความน่าเชื่อถือสูงในตลาดงานสากล
  3. โอกาสด้านนโยบายและการย้ายถิ่นฐาน: ด้วยการกลับมาของ วีซ่า PSW (Graduate Route) นักเรียนที่จบการศึกษาสามารถทำงานในอังกฤษต่อได้ 2-3 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข สิ่งนี้เปิดโอกาสทองในการเปลี่ยนไปถือ Skilled Worker Visa (วีซ่าทำงานทักษะ) และนำไปสู่การขอถิ่นที่อยู่ถาวร (Indefinite Leave to Remain) ในที่สุด

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ Corpvisa: เป้าหมายของการเรียนต่อไม่ควรจบแค่การนำวุฒิกลับไปรับรองที่ไทย แต่เราแนะนำให้คุณเลือกสาขาวิชาที่เอื้อต่อการหางานทำในอังกฤษหรือมีศักยภาพในการย้ายถิ่นฐานควบคู่ไปกับแผนอาชีพในอนาคตตั้งแต่ขั้นตอนการสมัคร


2. เงื่อนไขหลักในการสมัครเรียนต่ออังกฤษ: รู้ก่อน ได้เปรียบกว่า

การจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษได้นั้น ทั้งเกรดเฉลี่ย (Hard Skills) และประวัติส่วนตัว (Soft Skills) ล้วนมีความสำคัญ

ภาพถ่ายระยะใกล้ที่แสดงองค์ประกอบสำคัญในการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในอังกฤษ บนโต๊ะมีแล็ปท็อปเปิดหน้าจอสมัครเรียนหรือตัวอย่าง Offer วางเรียงอย่างเป็นระเบียบพร้อมกับใบคะแนน IELTS, ใบเกรด GPA, พาสปอร์ต และปากกาหมึกซึม แสงสว่างชัดเจน เน้นความเป็นมืออาชีพและความเป็นระเบียบของเอกสาร

2.1 วุฒิการศึกษาและเกรดเฉลี่ย (GPA)

มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับผู้สมัคร โดยมักแบ่งตามรายชื่อมหาวิทยาลัยที่รับรอง (List):

  • กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ: มักต้องการ GPA 3.00 ขึ้นไป (หรือ 75%-80%) สำหรับมหาวิทยาลัยระดับ G5 แนะนำให้รักษาเกรดไว้ที่ 3.50+
  • มหาวิทยาลัยทั่วไป: อาจต้องการ GPA 2.50 – 3.00 ขึ้นไป บางคณะยอดฮิตใน Business School อาจไม่รับพิจารณาใบสมัครจากมหาวิทยาลัยบางแห่ง

สำหรับผู้จบอนุปริญญา: สามารถใช้เส้นทาง “Top-up” (เรียนต่อปริญญาตรีปีสุดท้าย) หรือ “Pre-master” (เตรียมความพร้อมปริญญาโท) เพื่อยกระดับวุฒิการศึกษาและได้รับปริญญาโทเช่นเดียวกับนักเรียนทั่วไป

2.2 คะแนนภาษา: IELTS vs UKVI IELTS

นี่คือจุดที่ผู้สมัคร เลือกสมัครเองหรือใช้เอเจนซี่เรียนต่ออังกฤษ มักสับสนและพลาดบ่อยที่สุด

  • IELTS Academic (แบบธรรมดา): ใช้สำหรับผู้ที่มั่นใจว่าจะสอบผ่านเกณฑ์และเข้าเรียนหลักสูตรหลักได้เลย
  • UKVI IELTS (สำหรับวีซ่าและการย้ายถิ่นฐาน): Corpvisa แนะนำให้สอบแบบนี้ เพราะหากคะแนนภาษาของคุณไม่ถึงเกณฑ์และต้องเรียนคอร์สปรับพื้นฐานภาษา (Pre-sessional English) คุณ จำเป็น ต้องใช้คะแนน UKVI IELTS ในการขอวีซ่าเรียนภาษา คะแนนแบบธรรมดาจะไม่สามารถใช้ขอวีซ่านี้ได้

2.3 การยกระดับประวัติส่วนตัว (Soft Background)

เมื่อ GPA ใกล้เคียงกัน เอกสารประกอบ (SOP, CV, Reference Letter) จะเป็นตัวตัดสิน

  • สายธุรกิจ: ประสบการณ์ฝึกงานในบริษัทชั้นนำ (เช่น Big 4, ธนาคาร, บริษัทเทคฯ) จะช่วยเพิ่มคะแนนได้มาก
  • สายวิทย์/ศิลปะ: โครงงานวิจัย การตีพิมพ์ผลงาน หรือ Portfolio ที่มีคุณภาพคือกุญแจสำคัญ

3. ไทม์ไลน์การสมัครเรียนปี 2026: วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การสมัครเรียนต่ออังกฤษใช้ระบบ “Rolling” (มาก่อนได้ก่อน) เพื่อความมั่นใจ เราขอแนะนำไทม์ไลน์ดังนี้:

ภาพกราฟิกแสดงไทม์ไลน์ขั้นตอนการขอวีซ่า T4 และการสมัครเรียน มีปฏิทินหรือเส้นเวลาที่ระบุจุดสำคัญอย่าง 'วางแผนเลือกโรงเรียน', 'ยื่นใบสมัคร', 'แลก CAS', 'ยื่นวีซ่า' พร้อมไอคอนประกอบที่เข้าใจง่าย พื้นหลังสีสะอาดตา สื่อถึงความชัดเจนของขั้นตอน

  • ระยะที่ 1: วางแผนและเลือกโรงเรียน (มกราคม – มิถุนายน ปีก่อนเข้าเรียน)

    • กำหนดทิศทางสาขาวิชา คัดเลือกมหาวิทยาลัยเป้าหมาย
    • เริ่มเตรียมตัวสอบ IELTS
    • ค้นหา เอเจนซี่เรียนต่ออังกฤษ มืออาชีพเพื่อประเมินประวัติและช่วยร่างเอกสาร
  • ระยะที่ 2: ช่วงเวลาทองของการยื่นใบสมัคร (กันยายน – ธันวาคม ปีก่อนเข้าเรียน)

    • มหาวิทยาลัยในอังกฤษเปิดรับสมัคร
    • กลยุทธ์จาก Corpvisa: พยายามยื่นใบสมัครก่อนคริสต์มาส เพราะเป็นช่วงที่โควตายังว่างอยู่มากที่สุด โอกาสได้ Offer สูงที่สุด
  • ระยะที่ 3: รอผลและขอ CAS (มกราคม – พฤษภาคม ปีที่เข้าเรียน)

    • ได้รับ Conditional Offer (ตอบรับแบบมีเงื่อนไข)
    • ยื่นคะแนน IELTS หรือเอกสารจบการศึกษาเพื่อแลกเป็น Unconditional Offer (ตอบรับแบบไร้เงื่อนไข)
    • ขอ CAS (Confirmation of Acceptance for Studies) จากมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเอกสารหัวใจสำคัญในการขอวีซ่า
  • ระยะที่ 4: ยื่นวีซ่าและเตรียมตัวเดินทาง (มิถุนายน – สิงหาคม ปีที่เข้าเรียน)

    • นี่คือขั้นตอนสำคัญที่ Corpvisa เชี่ยวชาญที่สุด เตรียมเงินโชว์บัญชี (Statement), จองตรวจปอด (IOM), และยื่นขอวีซ่า T4

4. เจาะลึกงบประมาณ เรียนต่ออังกฤษ 1 ปี ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

“ไปเรียนต่ออังกฤษต้องใช้เงินกี่บาท?” คือคำถามยอดฮิต ค่าใช้จ่ายหลักแบ่งเป็นค่าเทอมและค่าครองชีพ

1. ค่าเล่าเรียน (Tuition Fees)

ค่าเทอมจะขึ้นอยู่กับสาขาและชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย (มักปรับขึ้น 5-10% ทุกปี):

  • สายธุรกิจ/การแพทย์: แพงที่สุด ประมาณ £28,000 – £40,000/ปี (ประมาณ 1.2 – 1.8 ล้านบาท)
  • สายวิทย์/สังคมศาสตร์: £22,000 – £30,000/ปี (ประมาณ 1 – 1.3 ล้านบาท)
  • สายศิลปะและการออกแบบ: £20,000 – £28,000/ปี

2. ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายแฝง

  • ลอนดอน: ค่าครองชีพสูง แนะนำงบประมาณ £1,334/เดือน ขึ้นไป
  • นอกลอนดอน: เช่น Manchester, Birmingham แนะนำงบประมาณ £1,023/เดือน ขึ้นไป
  • ค่าใช้จ่ายแฝง: ค่าวีซ่า, ค่าประกันสุขภาพ IHS, ตั๋วเครื่องบิน และค่าของใช้ช่วงแรก

สรุป: สำหรับการเรียนต่ออังกฤษปี 2026 ควรเตรียมงบประมาณรวม (ค่าเทอม+กินอยู่) ประมาณ 1.5 – 1.8 ล้านบาท สำหรับเมืองนอกลอนดอน และ 2.0 – 2.5 ล้านบาท สำหรับลอนดอน


5. คู่มือขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ T4 (Student Visa) ฉบับผู้เชี่ยวชาญ

การได้ Offer เป็นเพียงก้าวแรก การได้วีซ่าคือตั๋วเครื่องบินที่แท้จริง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่า Corpvisa.com ขอเตือนจุดสำคัญในการยื่นวีซ่า T4 ดังนี้:

1. รายการเอกสารหัวใจสำคัญ

  • พาสปอร์ต: ต้องยังไม่หมดอายุ
  • CAS (ใบตอบรับอิเล็กทรอนิกส์): ตรวจสอบข้อมูลใน CAS ให้ถูกต้องทุกตัวอักษร
  • ใบรับรองผลตรวจวัณโรค (TB Test): ต้องตรวจกับคลินิกที่ IOM รับรองเท่านั้น มีอายุ 6 เดือน
  • หลักฐานทางการเงิน (Bank Statement): จุดที่คนตกม้าตายเยอะที่สุด เงินต้องนอนในบัญชีครบ 28 วัน และขอหนังสือรับรองธนาคารภายใน 31 วันก่อนยื่นวีซ่า ยอดเงินต้องครอบคลุมค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพ 9 เดือน

หากคุณมีแผนจะพาคู่สมรสไปด้วย อย่าลืมศึกษา คู่มือวีซ่าผู้ติดตามสำหรับการเรียนต่ออังกฤษ เพื่อเตรียมเอกสารให้พร้อมพร้อมกัน

2. การสุ่มสัมภาษณ์และความเสี่ยง

แม้วีซ่านักเรียนส่วนใหญ่จะไม่ต้องสัมภาษณ์ แต่สถานทูตมีสิทธิ์สุ่มสัมภาษณ์ (Credibility Interview) เพื่อดูทักษะภาษาและเจตนาในการเรียน

  • บริการของ Corpvisa: เรามีบริการติวสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว เพื่อให้คุณตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ ลบข้อครหาเรื่องการแอบแฝงทำงาน

6. บริการหลังการเรียนต่อ: วางแผนอนาคตในอังกฤษของคุณ

ที่ Corpvisa.com เราไม่ได้แค่ส่งคุณไปเรียน แต่เราช่วยให้คุณ “อยู่ต่อ” ได้อย่างมั่นคง นโยบายปัจจุบันเอื้อประโยชน์ให้นักเรียนต่างชาติมาก:

ภาพแสดงบัณฑิตสวมชุดครุยกำลังเดินเข้าสู่อาคารสำนักงานทันสมัยในย่านธุรกิจของลอนดอน หรือกำลังจับมือกับคนทำงาน สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านจาก 'นักเรียน' สู่ 'คนทำงาน' บรรยากาศดูทันสมัย มีพลัง เน้นโอกาสในการจ้างงานจากวีซ่า PSW

  • วีซ่า PSW (Graduate Route): เรียนจบตรีหรือโท ได้วีซ่าทำงาน 2 ปี (ปริญญาเอก 3 ปี) ไม่จำกัดประเภทงาน ไม่ต้องมีสปอนเซอร์ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ
  • จากวีซ่าทำงานสู่วีซ่าถาวร: ระหว่างถือ PSW หากคุณหานายจ้างที่ออกใบรับรอง (Sponsorship) ได้ ก็สามารถเปลี่ยนเป็น Skilled Worker Visa และเมื่อทำงานครบ 5 ปี ก็มีสิทธิ์ยื่นขอ PR ถาวรได้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ เส้นทางจากเรียนต่อสู่การย้ายถิ่นฐาน

7. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ปริญญาโทใบเดียวจากอังกฤษเป็นที่ยอมรับในไทยไหม?
A: เป็นที่ยอมรับสูงมาก หลักสูตร 1 ปีของอังกฤษมีความเข้มข้น และได้รับการรับรองจาก ก.พ. ของไทย รวมถึงบริษัทข้ามชาติทั่วโลก

Q2: ไม่มีคะแนน IELTS สมัครเรียนก่อนได้ไหม?
A: ได้ ส่วนใหญ่สามารถยื่นใบสมัครเพื่อขอ Conditional Offer ก่อน แล้วค่อยยื่นคะแนน IELTS ตามหลัง (ยกเว้นบางสาขาเฉพาะทาง)

Q3: ถ้าวีซ่าถูกปฏิเสธต้องทำอย่างไร?
A: ต้องดูเหตุผลในจดหมายปฏิเสธ (เช่น เงินโชว์บัญชีไม่ครบวัน) หากเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค สามารถยื่นขอ Administrative Review หรือยื่นใหม่ได้ ทีมงาน Corpvisa เชี่ยวชาญการแก้เคสวีซ่าปฏิเสธและพร้อมช่วยคุณ


บทส่งท้าย: อย่ารอช้า เริ่มต้นเส้นทางสู่เกาะอังกฤษวันนี้

การเรียนต่ออังกฤษไม่ใช่แค่การอัปเกรดวุฒิ แต่คือการเติบโตและการเปิดโลกทัศน์ ท่ามกลางขั้นตอนการสมัครที่ซับซ้อนและกฎวีซ่าที่เปลี่ยนแปลง การมีแผนที่ดีจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ

อย่าให้งานเอกสารที่ยุ่งยากมาขวางกั้นความฝันของคุณ

ที่ Corpvisa.com เรามีทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าพร้อมดูแลคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการประเมินประวัติเรียนต่อฟรี หรือต้องการความช่วยเหลือเรื่อง วีซ่านักเรียน T4 เราพร้อมเคียงข้างคุณ

ภาพสรุปที่แสดงพาสปอร์ตเปิดหน้าวีซ่าอังกฤษที่ได้รับการอนุมัติ วางคู่กับแผนผังการพัฒนาอาชีพ โดยมีบรรยากาศเบลอๆ ของทีมงานที่ปรึกษากำลังให้บริการ สื่อถึงความน่าเชื่อถือ บริการครบวงจร และความสำเร็จในการขอวีซ่า

👉 ติดต่อทีมงาน Corpvisa วันนี้ เพื่อเริ่มต้นแผนการเรียนต่อและการย้ายถิ่นฐานสู่อังกฤษของคุณ!